Recent Post

Gallery

KEYMISSION 170 ตัวเลือกสำหรับการผจญภัย



ตัวเลือกสำหรับการผจญภัยที่จะสามารถตอบสนองการบันทึกภารกิจสุดท้าทายของคุณได้อย่างไม่มีพลาดก็คือ KeyMission 170 ของ Nikon ใหม่ ซึ่งมีมุมกว้างพิเศษ 170°*1 สามารถทนต่อการผจญภัยทุกชนิด กันน้ำ*2กันกระแทก*3กันความเย็น*4 และป้องกันฝุ่นละออง*5– KeyMission 170 เป็นไดนาโมขนาดพกพาได้อย่างแท้จริง จากจุดยอดของภูเขาจนถึงส่วนลึกของมหาสมุทร หรือจุดใด ๆ ในระหว่างนั้น KeyMission 170 พร้อมกับความสามารถในการบันทึกภาพยนตร์ความละเอียดระดับ 4K UHD เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับตำแหน่งต่างๆ ของการผจญภัย

KeyMission 170 ขนาดกะทัดรัดและทนทาน พร้อมกับเลนส์ทางยาววโฟกัสคงที่ที่มีมุมกว้างพิเศษ NIKKOR ของเราช่วยให้คุณสามารถบันทึกประสบการณ์ของคุณทั้งหมดในมุมกว้างพิเศษ 170° * 1 ได้อย่างสวยงาม และคุณจะไม่พลาดการผจญภัยที่สำคัญใดๆ ไม่ว่าคุณตั้งใจที่จะติดไว้ที่หมวกกันน็อคหรือพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะตามติดการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณอยู่ตลอดเวลา



KeyMission 170 จะไม่เป็นรององค์ประกอบใดๆ กันน้ำได้ลึกถึง 10 ม. โดยไม่ต้องสวมกรอบ*2 กันกระแทกจากการตกที่ความสูง 2 ม.*3 กันความเย็นได้ที่อุณหภูมิต่ำถึง -10°C*4 และป้องกันฝุ่นละออง*5อุปกรณ์ที่ทนทานขนาดเล็กนี้เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับทุกสิ่งที่น่าตื่นเต้นและที่เกิดขึ้นกะทันหัน กล้องแอ็คชั่นมีขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการจับภาพประสบการณ์ของคุณ กล้องชนิดนี้มีศักยภาพมากกว่าน้ำหนักที่เบา และหากคุณต้องการเช่นนั้น อุปกรณ์เสริมเคสกันน้ำ WP-AA1 ช่วยให้คุณสามารถนำกล้องนี้ไปยังใต้น้ำลึก 40 ม.* 6





นำวิดีโอของคุณไปยังอุปกรณ์อัจฉริยะของคุณ

ด้วยแอปพลิเคชัน SnapBridge 360/170 ใหม่*8 คุณสามารถควบคุมกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์อัจฉริยะของคุณได้ทั้งหมด ด้วยเทคโนโลยีพลังงานน้อยของ Bluetooth® แอปพลิเคชัน SnapBridge 360/170 ช่วยให้คุณสามารถแบ่งปัน*9 ทุกการผจญภัยของคุณได้อย่างต่อเนื่องและไร้ที่ติแบบเรียลไทม์จาก KeyMission 170 ไปยังอุปกรณ์อัจฉริยะ และยังมีการซิงโครไนซ์ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งและเวลาโดยอัตโนมัติ

Nikon D3400 ใหม่ พร้อม SnapBridge*1



ก้าวแรกสู่โลกแห่งการถ่ายภาพด้วยกล้อง DSLR กับ Nikon D3400 ใหม่ พร้อม SnapBridge*1 — คุณสมบัติล่าสุดที่เชื่อมต่อภาพถ่ายของคุณออกสู่โลกโซเชียลโดยอัตโนมัติ D3400 เก็บบันทึกทุกภาพความทรงจำด้วยรายละเอียดอันน่าทึ่งกับ ISO 100-25600 ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัสอัตโนมัติ 11 จุด พร้อมความสามารถในการถ่ายภาพวิดีโอระดับ Full HD 1080/60p ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์หรือโอกาสพิเศษใดๆ กล้อง D3400 ขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาก็พร้อมจะเก็บบันทึกช่วงเวลาอันทรงคุณค่าของคุณให้ตราตรึงใจไปตลอดกาล





แชร์ภาพถ่ายที่น่าประทับใจจากกล้อง D-SLR กับเพื่อนได้ง่ายๆ: ถ่ายโอนรูปภาพไปยังอุปกรณ์อัจฉริยะโดยอัตโนมัติจากกล้อง D3400

ลองคิดดูว่าการโพสต์ภาพออนไลน์จะง่ายดายแค่ไหน ถ้าภาพถูกบันทึกไปยังอุปกรณ์อัจฉริยะของคุณในทันทีที่ถ่ายได้ SnapBridge*1 สร้างการเชื่อมต่อตลอดเวลาระหว่าง D3400 กับอุปกรณ์อัจฉริยะที่รองรับโดยผ่าน Bluetooth®*2 จึงเท่ากับว่าจะถ่ายโอนรูปภาพให้เป็นภาพขนาด 2 ล้านพิกเซลที่เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะโดยอัตโนมัติในทันทีที่คุณถ่ายภาพ ระบบสื่อสารดังกล่าวนี้ไม่ใช่เพียงการสื่อสารทางเดียว แต่ยังมอบความสะดวกอื่นๆ เช่น ซิงค์ข้อมูลสถานที่และเวลาของกล้องให้ตรงกับข้อมูลบนอุปกรณ์อัจฉริยะด้วย กระบวนการถ่ายโอนรูปภาพจะยังสามารถดำเนินไปได้โดยไม่สะดุดแม้ในขณะที่คุณเก็บกล้องไว้ในกระเป๋าใกล้ๆ อีกทั้งคุณยังถ่ายโอนรูปภาพต้นฉบับได้ด้วย โดยเลือกการอัพโหลดแบบปรับเองที่แอพของอุปกรณ์อัจฉริยะ

*1 SnapBridge สามารถใช้ได้กับ iPhone®, iPad® และ iPod touch® หรืออุปกรณ์อัจฉริยะที่รันระบบปฏิบัติการ Android™ ที่รองรับและได้ติดตั้งแอพ SnapBridge คุณสามารถดาวน์โหลดแอพได้ฟรีจาก Apple App Store® และ Google Play™
*2 ระบบสื่อสารผ่าน Bluetooth® จะพร้อมใช้งานเมื่อกล้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อัจฉริยะที่ติดตั้งแอพ SnapBridge ไม่มีระบบสื่อสารผ่าน Wi-Fi หมายเหตุ: วิดีโอไม่สามารถถ่ายโอนจาก D3400 ได้ การถ่ายภาพระยะไกลโดยใช้แอพ SnapBridge ยังไม่พร้อมใช้งาน คุณสามารถใช้รีโมตคอนโทรล ML-L3 ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อจุดประสงค์นี้ได้


ดื่มด่ำในทุกห้วงขณะ

เข้าร่วมและเก็บเกี่ยวทุกภาพเหตุการณ์ กล้อง D3400 มี 11 จุดออโตโฟกัส (AF) จึงมั่นใจได้ว่าคนที่คุณรักจะอยู่ในโฟกัสเสมอแม้พวกเขาจะเคลื่อนไหวฉับพลันก็ตาม และด้วยความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องประมาณ 5 เฟรมต่อวินาที คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันล้ำค่าเลย

หากคุณเพิ่งเริ่มหัดใช้กล้อง DSLR ในตัวกล้องมีโหมดเมนูลัดที่จะช่วยให้คุณเข้าใจการควบคุมกล้องเบื้องต้น และช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายดีๆ ในสถานการณ์ต่างๆ กล้อง D3400 ยังมาพร้อมระบบ Picture Control ที่ช่วยให้คุณควบคุมการสร้างสรรค์ได้มากยิ่งขึ้น จึงสามารถปรับแต่งภาพถ่ายให้สวยสมใจได้ภายในกล้องโดยตรง ถ่ายทอดมุมมองอันสร้างสรรค์ของคุณด้วย 10 เอ็ฟเฟ็กต์พิเศษ เช่น ไนท์วิชั่น หรือเอ็ฟเฟ็กต์ภาพวัตถุขนาดจิ๋ว เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่เป็นเอกลักษณ์และสะดุดสายตา

ด้วยน้ำหนักเพียงประมาณ 395 กรัม ทำให้ D3400 สะดวกต่อการจับถือและใช้งาน อีกทั้งโครงสร้างไร้รอยต่อขนาดกะทัดรัด ตัวกล้องรูปทรงเหมาะมือและคุณภาพสูง จึงพร้อมจะเป็นคู่หูที่แข็งแรงทนทานไปกับการเดินทางถ่ายภาพด้วยกล้อง DSLR ของคุณ







เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังคุณภาพของภาพ: เซ็นเซอร์ภาพรูปแบบ DX ที่มีพิกเซลใช้งานจริง 24.2 ล้านพิกเซล, ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 4, ระบบ PICTURE CONTROL และเลนส์ NIKKOR

ภาพถ่ายชั้นยอดที่คุณได้จากกล้อง D3400 เป็นผลลัพธ์จากการผสานหลากหลายเทคโนโลยีชั้นนำของ Nikon เข้าด้วยกัน กล้อง D3400 ให้ช่วงความไวแสงมาตรฐานที่กว้าง ตั้งแต่ ISO 100-25600 ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 4 ช่วยลดน้อยส์บนภาพได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ คุณจึงได้ภาพถ่ายที่ชัดเจนแม้ในสถานที่ที่มืดทึม ด้วยขุมพลังจาก 24.2 ล้านพิกเซลใช้งานจริงและสุดยอดประสิทธิภาพด้านออพติคจากเลนส์ NIKKOR ของ Nikon ช่วยให้กล้องถ่ายทอดวัตถุของคุณลงบนภาพถ่ายได้อย่างงดงาม คมกริบ ปิดท้ายด้วย Picture Control ระบบการสร้างสรรค์ภาพของ Nikon ที่ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณดูดียิ่งขึ้นอีก

ลำดับกล้องส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระอัจฉริภาพด้านการถ่ายภาพ






      ภาพที่สุดแสนจะเจนตา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าจะเป็นจากสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ หรือความคิดติดตรึงของปวงชนชาวไทย คือ ภาพที่จะทรงพกกล้องถ่ายภาพ และมีอิริยบทของนักถ่ายภาพ ไม่ว่าจะย่ำไปยังดินแดนใด เห็นได้ชัดว่าพระองค์ทรงพอพระหฤทัยศิลปะในการถ่ายภาพมากเป็นพิเศษ

       ซึ่งเมื่อดูจากพระราชประวัติ พระราชอัธยาศัยโปรดการถ่ายภาพนี้ทรงได้ต้นแบบมาจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ในระยะแรกแม้จะทรงไม่ประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพนัก แต่ทรงศึกษาด้วยตัวเอง จนเป็นนักถ่ายรูปผู้มีพระปรีชาสามารถยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น กล้องธรรมดา หรือ กล้องถ่ายภาพยนตร์





       โดยทรงเริ่มจากกล้องถ่ายภาพชนิดที่ไม่มีเครื่องวัดแสงในตัว เริ่มทรงกล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ และ ทรงใช้ฟิล์มตั้งแต่ขนาด ๑๓๕ จนถึงขนาด ๑๒๐ และขนาดพิเศษ

        นอกจากนี้ยังทรงใช้พื้นที่บริเวณชั้นล่างอาคารสถานีวิทยุ อ.ส.เป็นห้องมืดสำหรับล้างฟิล์ม และอัดขยายภาพ ตามพระราชประสงค์ที่จะทรง “สร้างภาพ” ให้เป็นศิลปะถูกต้อง และรวดเร็วด้วยพระองค์เอง





                    

       แต่เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์จึงเปลี่ยนรูปแบบ จากงานถ่ายภาพสวยงามเพื่อศิลปะ มาเป็นภาพถ่ายที่ทรงใช้เพื่อประกอบการทรงงานของพระองค์ และแม้กล้องถ่ายภาพ จะมีวิวัฒนาการขึ้นกว่าสมัยก่อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ยังทรงใช้แต่กล้องคู่พระหัตถ์ แบบมาตราฐานอย่างที่นักเล่นกล้องทั้งหลายใช้กัน

1. Coronet Midget



     พระองค์ทรงมีกล้องถ่ายภาพเล็กๆ คู่พระหัตถ์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 8 พระชันษา (ราวปี พ.ศ.2479) โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีได้พระราชทานกล้องถ่ายรูป Coronet Midget สีเขียวปะดำ ของฝรั่งเศส ราคาเพียง ๒ ฟรังก์สวิส แก่พระองค์ ด้วยกล้องนี้ใช้ฟิล์มราคา ๒๕ เซนต์ ซึ่งมีราคาถูก

2. Kodak Vest Pocket Montreux



     หลังจากนั้นไม่นาน ทรงใช้กล้องอีกหนึ่งกล้อง ชื่อ Kodak Vest Pocket Montreux ลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยม ฝรั่งเรียกว่า Minibox ใช้ฟิล์มถ่ายได้ม้วนละ 6 ภาพ

3. Elax Lumie’re


   ในปี พ.ศ.2481 พระองค์ทรงมีกล้อง Elax Lumie’re ซึ่งผลิตในฝรั่งเศส อีกหนึ่งกล้อง ทรงใช้จนเชี่ยวชาญกับกล้องนี้เป็นอย่างดีเพราะเหมาะกับพระหัตถ์มาก หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็น Elax Lumie’re อีกกล้องหนึ่ง

     ซึ่งในการตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลกลับเมืองไทย พระองค์ทรงใช้กล้อง Elax Lumie’re บันทึกภาพระหว่างตามเสด็จโดยตลอด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ท่านทรงสนพระทัยทางการถ่ายภาพเป็นอันมาก


4. Linhof




      เข้าสู่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ผลิตกล้องยี่ห้อดีๆ ต่างก็ปรับปรุงคุณภาพเพื่อแข่งขันกัน Linhofเป็นอีกยี่ห้อที่มาจากเยอรมัน พระองค์ทรงทดลองใช้ แต่ไม่เหมาะกับพระหัตถ์ของพระองค์ จึงไม่มีพระราชประสงค์ที่จะทรงใช้อีกต่อไป

5. Hasselblad SLR




       Hasselblad เป็นกล้องที่ผลิตจากสวีเดน ที่ครองตลาดมาทุกยุคทุกสมัย เป็นกล้อง SLR(single lens Reflex) ใช้ฟิล์ม 3 นิ้ว หรือ เบอร์120 ที่มีจุดเด่นก็คือ สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ มีแมกกาซีนใส่ฟิล์มได้หลายชนิดและหลายขนาด พระองค์ทรงทดลองใช้กล้องยี่ห้อนี้อยู่หลายปี จนกระทั่งเกิดแสงรั่วเข้าแมกกาซีน ช่างไทยสมัยนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ต้องส่งกลับไปซ่อมที่บริษัทต่างประเทศ พระองค์จึงทรงเลิกใช้

6. Ikoflex



      บริษัท Zeiss ikon ได้ออกกล้องเป็นของตัวเองบ้างชื่อว่า Ikoflex ซึ่งเป็นกล้องสะท้อนภาพแบบเลนส์คู่ (Twin Lens Reflex) Lens Zeiss Opton Tessar 1:3:5 F.75 mm. No.637288 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทดลองใช้กล้องเมื่อปี พ.ศ.2494 เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก จึงทรงใช้กล้องนี้อยู่นาน ทรงมีพระราชดำรัสว่าใช้ง่าย เลนส์ดี ได้ภาพสวยคมชัดดีมาก

7. Contax II





      บริษัท Zeiss ikon ผู้ผลิตเลนส์มีชื่อเสียงมากของเยอรมนี และผลิตเลนส์ให้กับกล้องชั้นดีต่างๆ มากมาย ได้ออกกล้อง Contax-s เป็นกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว SLR (single lens Reflex) หลังจากนั้นปรับปรุงเป็น Contax II ในปี พ.ศ.2493

      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้กล้อง Contax II ใช้เลนส์ Zeiss-opton No.821255 กับ Zeiss-opton No.885584 Sonar 1:2 f.50 mm. เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก เพราะเป็นกล้องที่นำสมัยในสมัยนั้น สามารเปลี่ยนเลนส์ได้ทั้งยังมีเครื่องวัดแสงในตัวด้วย เสด็จฯ ณ ที่ใดจะทรงใช้อยู่เป็นประจำ ปัจจุบันทรงพระราชทานไว้ที่สวนหลวง ร.9

8. Leica M (1967-1987)



     ในช่วงที่ Contax II กำลังเป็นที่ชื่นชอบของนักถ่ายภาพ บริษัท E.Leitz Wetzlar ของเยอรมนีอีกเช่นกัน ได้ออก Leica เป็นระบบ M แบบใหม่ และมีชื่อเสียงพอสมควร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีกล้องรุ่นนี้เป็นกล้องมือสอง และทดลองใช้อยู่ระยะหนึ่ง

9. Super ikonta




        กล้อง Super ikonta ของบริษัท Zeiss ikon ใช้ฟิล์มเบอร์ 120 ได้ภาพ 6×9 ซม. 8 ภาพ หรือสามารถแบ่งเป็นภาพ 6×4.5 ซม. 16 ภาพ พระองค์ทรงใช้อยู่ระยะหนึ่งแต่มีข้อเสียคือฟิล์มหมดม้วนเร็วเกินไป จึงได้พระราชทานให้หัวหน้าช่างภาพประจำพระองค์ในสมัยนั้น (นายอาณัติ บุนนาค) ใช้ในงานราชการต่อไป

10. Robot Royal No.G



       ในขณะนั้นกล้องถ่ายภาพในเครือบริษัท Robot ได้ออกกล้อง Robot Royal No.G 125721 Mod 111 Lens : Schneider-Kreuznach Xenon 1.1.9/3542375 เป็นกล้องที่ใช้ฟิล์มเบอร์ 135 ภาพที่ได้เป็นสีเหลี่ยมจตุรัส ลักษณะกล้องป้อมกะทัดรัด เหมาะพระหัตถ์ เป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก

11. Kiev




      เมื่อครั้งประเทศไทยได้จัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2496 ที่สวนลุมพินี สถานฑูตรัสเซียมาเปิดร้าน เจ้าหน้าที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย กล้องยี่ห้อ Kiev ซึ่งเป็นกล้องที่คล้ายกับ Zeiss ikon ขนาด 6×9 ซม.ทรงรับไว้ และทดลองใช้จนเข้าพระทัยทุกขั้นตอน

12. Canon-7




       ในระยะหลังๆ กล้องที่ผลิตจากญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2514 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงใช้กล้องญี่ปุ่นดูบ้าง อย่าง Canon-7 แบบเล็งระดับตา แต่ไม่สามารถทำงานได้ตามพระราชประสงค์เท่าใดนัก เพราะไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้

13. Canon A-1


         ต่อมาทรงเปลี่ยนเป็นรุ่น Canon A-1 ซึ่งเป็นกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว SLR (Single Lens Reflex) สามารถใช้งานได้สองระบบคือระบบ Manual และ Auto พระองค์ทรงมีกล้องรุ่นนี้อยู่สองกล้อง คือ กล้องแรก Canon A1/2097120 FD 1:1.4/50 mm. 2052111 เลนส์มาตรฐาน อีกกล้องหนึ่งคือ Canon A1/2307372 Lens RMC Tokina Zoom 35-105 mm. 1:3.5-4.3

14. Canon 35



         ต่อมาทรงมีกล้องรุ่นใหม่ๆ แบบอัตโนมัติคือ กล้อง Canon 35 Autofocus Lens f=38 mm เป็นกล้องขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พระองค์ทรงใช้อยู่พักหนึ่งทรงปรารภว่า ใช้ง่ายเกินไป และไม่ค่อยเหมาะกับพระหัตถ์มากนัก

15. Nikon F3


       กล้องญี่ปุ่นที่ตีคู่มาก็ คือ Nikon กล้องรุ่น F3 ของ Nikon ได้รับความนิยมมากเพราะรูปทรงแปลกใหม่ นำสมัยใช้วัสดุแกร่ง แข็งแรง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้กล้องรุ่นนี้พร้อมเลนส์มาตรฐาน และเลนส์ซูมขนาด 35-105 mm. อยู่พักหนึ่ง เมื่อคราวเสด็จฯ รอบโลกทรงใช้กล้อง Nikon รุ่น F3 นี้บันทึกภาพเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก แต่หากมีน้ำหนักมากไปนิด จึงพระราชทานให้เป็นสมบัติของช่างภาพส่วนพระองค์มาจนกระทั่งทุกวันนี้

6. Canon EOS 650 / EOS 620



       ในช่วงที่กล้องถ่ายภาพประเภท ทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทดลองใช้กลุ่ม Canon EOS โดยเริ่มตั้งแต่ EOS 650 และต่อมาก็ทรงทดลองใช้รุ่น EOS 620 อีกรุ่นหนึ่ง

17. Nikon F401s



       ขณะเดียวกันทางค่าย Nikon ก็ออกรุ่น F401s เป็นรุ่นที่มีแฟลชในตัวซึ่งมี Image Master Comtrol สามารถใช้เลนส์ปรับระยะชัดอัตโนมัติได้ ใช้เลนส์35-105 mm. f3.5-4.5

18. Minolta Dynax 5000i



       อีกยี่ห้อหนึ่งที่ออกมาสร้างความแปลกใหม่ ให้กับวงการถ่ายภาพ คือ Minolta Dynax 5000i สร้างความสะดวกสบาย และถ่ายภาพได้ผลเที่ยงตรง ออกแบบได้แปลกใหม่ และเพิ่มการสร้างสรรค์ผลงานด้วยระบบการ์ด (Creative Expansion Card System) มีหลายแบบ อาทิ ถ่ายภาพกีฬา ถ่ายภาพบุคคล เป็นต้น


19. Minolta Weather Matic 35DL


       กล้องรุ่นใหม่สะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว แบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้เหล่านี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทดลองใช้เพื่อศึกษาความก้าวหน้าของกล้องถ่ายภาพ ในขณะเดียวกันพระองค์ทรงทดลองใช้กล้องคอมแพ็คแบบต่างๆ หลายรุ่น อาทิเช่น Canon-HIS Lens Canon Zoom EF28-80mm., Canon Autoboy Tele 6 Lens 35-60 mm. f/3.5-5.6., Canon Zoom Xl Lens Zoom 39-85 mm f/3.6-7.3, Ricoh FF-9D Lens 35 mm f/3.5, Pantax AF Zoom 35-70 mm. กับ Minolta Weather Matic 35DL และ Nikon TW Zoom

20. RICOH EF


       พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจับสลากได้รางวัลกล้อง RICOH EF-9D        LENS 35 mm. f 1:35 พอในปีต่อมา จึงทรงพระราชทานเป็นของขวัญจับสลาก

21. Canon EOS 30



       กล้องรุ่นล่าสุดที่พระองค์ทรงใช้ถ่ายรูปประชาชน เมื่อเสด็จกลับจาก รพ.ศิริราช คือรุ่น Canon EOS 30

       จะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้กล้องถ่ายภาพอย่างมากมาย บางชนิดพระองค์จะทรงซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เอง และไม่ได้เจาะจงว่าใช้กล้องใหม่อยู่เสมอ พอมาระยะหลังหลายบริษัทนำกล้อง และอุปกรณ์ถ่ายภาพขึ้นทูลเกล้าถวาย

       เนื่องในวโรกาสต่างๆ พระองค์ทรงทดลองใช้แล้วบางกล้องจะทรงเก็บเอาไว้เป็นกล้องคู่พระหัตถ์ ส่วนกล้อง และอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างดีที่เหลือ ก็ได้โปรดพระราชทานได้บุคคล และหน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ทางการถ่ายภาพต่อไป

























“เกี่ยวก้บกล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์ เคยมีผู้สนใจในวงการถ่ายภาพสงสัยกันอยู่ว่า ทำไมจึงไม่ทรงใช้กล้องถ่ายภาพชนิดเยี่ยมยอดที่มีราคาแพงที่นักถ่ายภาพบางคนเขาใช้กัน เพราะตามความเป็นจริง การที่จะทรงใช้กล้องดีมีคุณภาพสูงเพียงใดก็ย่อมได้

แต่กลับทรงใช้กล้องถ่ายภาพแบบธรรมดาที่ใครๆ หาซื้อขายได้ทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งพระราชจริยวัตรนี้ มีผู้ใหญ่ในวงการถ่ายภาพอธิบายเป็นการเทิดพระเกียรติว่า


ประเทศไทยเราผลิตกล้อง และอุปกรณ์ถ่ายภาพไม่ได้เลย เราต้องเสียดุลย์การค้าให้กับต่างประเทศเป็นอันมาก จึงควรสังวรณ์ ระวังการใช้จ่ายในเรื่องนี้ให้ดีแต่พอเหมาะพอควร ส่วนผู้ที่ทำธุรกิจทางการถ่าภาพต้องการผลิตงานคุณภาพดี ต้องใช้ของดีราคาแพงนี่เป็นเรื่องธรรมดา 


ดังนั้นผู้ที่ถ่ายภาพกันโดยทั่วไปเพียงแต่ใช้กล้องถ่ายภาพระดับมาตรฐานทำงานได้ อย่างถูกต้องก็เหมาะดีที่สุดแล้ว ความสำคัญเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงเป็นแบบอย่างที่วิเศษที่สุด สมควรที่วงการถ่ายภาพทั้งหลายจักได้บำเพ็ญตนเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เพื่อเป็นศักดิ์สิริมงคลให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก MTHAI

12 กล้อง Mirrorless ถ่ายของก็ดี ถ่ายคนก็สวย




ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ถ้าพูดถึงกระเเสของกล้อง Mirrorless นั้นเป็นอะไรที่พูดได้เลยว่าคึกคักมากๆ เราจะเห็นคนใช้กันแบบชนิดที่ว่าเดินไปไหนก็เจอ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รถไฟฟ้า ก็จะเจอคนที่พกกล้องชนิดนี้กันเต็มไปหมด แม้แต่ในโลกโซเชี่ยลก็มีการพูดถึงหรือ อัพและเเชร์รูปภาพที่ถ่ายจากกล้อง Mirrorless กันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งกล้อง Mirrorless หรือชื่อเต็มๆ Mirrorless Interchangeable Lens Camera พูดกันง่ายๆ ก็คือ กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ชนิดที่ไม่มีกระจกสะท้อนภาพ ซึ่งจะต่างกับกล้อง DSLR หรือที่ชอบเรียกกันว่า กล้องโปร ที่จะมีกระจกสะท้อนภาพจากเลนส์ขึ้นไปยังช่องมองภาพ ( กล้อง Mirrorless จะแสดงภาพเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์แทน ) โดยข้อดีของการที่ไม่มีกระจกแบบนี้ก็คือทำให้กล้องมีขนาดเล็กลง สามารถพกพาได้บ่อยและสะดวกขึ้น แต่ในเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานนั้นบางตัวบอกเลยว่าไม่แพ้กล้อง DSLR ใหญ่ๆ แถมยังใช้งานง่าย เหมาะมากกับมือใหม่ ที่อาจจะไม่ต้องการความเป็นมืออาชีพ เน้นใช้งานง่าย ได้รูปที่มีคุณภาพสวยถูกใจ ง่ายต่อการพกพา ตัวกล้องต้องมีดีไซน์สวยงาม และที่สำคัญสามารถเชื่อมต่อและแชร์รูปภาพไปยังโซเชี่ยลมีเดียร์ได้สะดวกรวดเร็ว Shopspot ได้ทำการรวบรวม 12 รุ่นที่คัดมาแล้วว่าถ่ายของก็ดี ถ่ายคนก็สวย มาแนะนำกันตามนี้ครับ


1.FUJIFILM X-A2




ถ้าไม่จะพูดถึงนี่ไม่ได้จริงๆ เรียกได้ว่าขึ้นหิ้งเป็นตัวท๊อปไปแล้วสำหรับรุ่นนี้ เพราะในตลาดกล้อง Mirrorless ของประเทศไทยรุ่นนี้สามารถทำยอดขายถล่มทลาย ขึ้นเป็นอันดับ 1 เป็นที่ต้องการถึงขนาดมีช่วงที่ขาดตลาดไปเลยทีเดียว คนมีชื่อเสียงก็นิยมใช้กันเยอะ เช่น เน็ตไอดอลชื่อดังอย่าง พิมฐา , แป้งโกะ ในส่วนของการทำงาน ตัวนี้มาพร้อมเซนเซอร์รับภาพความละเอียด 16.3 megapixel หน้าตาของกล้องก็ดูดีสไตล์เรโทร และเป็นรุ่นแรกของฟูจิที่จอสามารถพับได้ เหมาะมากสำหรับการถ่ายภายตัวเอง ไฟล์รูปที่ได้ผิวสวยนวล อมชมพู ถูกใจขา Selfie อีกทั้งยัง Built- In WIFI แชร์รูปเข้ามือถือได้ทันที และมีฟังก์ชั่นโหมดสีแบบฟิล์ม ( Film Simulation ) ที่ปรับสีภาพให้ดูเหมือนถ่ายจากฟิล์มเก่ายุคคลาสสิคของฟูจิ ได้รูปที่สวยแปลกตา ไม่ซ้ำใครแน่นอน


2.FUJIFILM X-T10



รุ่นนี้ก็ฮอตไม่แพ้ Fuji X-A2 เลย ตัวนี้มาพร้อมเซนเซอร์ความละเอียด 16.3 ล้านพิกเซล ดีไซน์ยังคงเป็นแบบวินเทจสดูเท่แบบย้อนยุค มีการเพิ่มฟังก์ชั่นและความสามารถในการใช้งานมากขึ้น ที่โดดเด่นที่สุดคือ มีช่องมองภาพ (Viewfinder) แบบ EVF ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล ภาพชัด สีสดใสเป็นธรรมชาติ มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพกลางแจ้งที่แดดแรงๆ ทำให้ถ่ายได้สะดวกขึ้น ส่วนจอ LCD หลังกล้อง มีขนาด 3 นิ้ว ปรับจอขึ้น-ลงได้ (พลิก 180 องศา Selfie ไม่ได้ ) มีแฟลซป๊อปอัปในตัว กดซ่อนได้เวลาไม่ใช้งาน ส่วนในเรื่องของไฟล์ภาพก็ยังมีคุณภาพที่ดีสวยงามละมุนตามสไตล์ฟูจิ สามารถถ่ายวิดิโอคุณภาพสูงสุดแบบ Full HD ตัวบอดี้ผลิตจากวัสดุหลักที่เป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์ เน้นความทนทาน มีให้เลือก 2 สี คือ สีเงิน และ สีดำ ขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป พกพาได้สบายๆ

3.SONY A5100



คู่แข่งคนสำคัญของ Fuji X-A2 เลยนะตัวนี้ ในเว็บบอร์ดต่างๆจะมีการรีวิวเปรียบเทียบหมัดต่อหมัด ของ SONY A5100 VS Fuji X-A2 ให้เห็นกันเยอะมาก จุดเด่นของ SONY A5100 อย่างแรกคงเป็นเรื่องของขนาดที่เล็กและเบา พกพาง่าย แต่ประสิทธิภาพก็อัดแน่นไม่แพ้ใคร ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพ ขนาด 24.3 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัสรวดเร็ว ครอบคลุมพื้นที่กว้างถึง 179 จุด บันทึกวิดีโอระดับ Full HD ได้ ใช้งานง่ายเนื่องจากมีจอแอลซีดีแบบทัชสกรีน ปรับตั้งค่าต่างๆได้สะดวกสุดๆ และที่สำคัญสามารถพับได้ 180 องศาเพื่อการถ่าย Selfie ซึ่งก็มีโหมด Soft Skin Effect ปรับผิวเนียนใส ฟรุ้งฟริ้ง และฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับยุคนี้คือรองรับการเชื่อมต่อผ่าน NFC และ Wi-Fi ส่งรูปเข้ามือถือ อัพโหลดโพสต์แชร์ลงโซเชียลกันได้ง่ายๆ นั่นเอง

4.SONY A6000



สำหรับคนที่ต้องการความจริงจังและโปรเฟสชั่นนอลขึ้นมาอีกขั้น แนะนำเป็นตัวนี้ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูเล็ก กะทัดรัด แต่ก็เล็กพริกขี้หนู ด้วยคุณสมบัติอัดแน่นชนิดเทียบชั้นกล้อง DSLR ได้ อย่างความละเอียดตัวกล้อง 24 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus ที่ทาง Sony เคลมว่าเร็วที่สุดในโลก มีระบบ Eye detection เพื่อโฟกัสเป้าบริเวณดวงตา หน้าจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว (ไม่มีระบบสัมผัส) ปรับขึ้นได้ 90 องศา / ปรับก้มลงได้ 45 องศา ทำให้สามารถถ่ายภาพ ในมุมมองที่แปลกๆหลากหลายได้ง่ายมากขึ้น มีช่องมองภาพ (Viewfinder) แบบอิเล็คทรอนิกส์ให้ภาพที่คมชัด เชื่อมต่อแบบ Wi-Fi และ NFC เพื่อส่งรูปไปยังสมาร์ทโฟนสำหรับอัพลงโซเชียลได้อย่างรวดเร็ว และตัวกล้องสามารถลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ เช่น แอพหน้าใส แอพตกแต่งรูปภาพ แต่งรูปสวยเสร็จตั้งแต่ในกล้องได้เลย

5.Olympus EPL-7




กล้องตัวนี้เป็นเซนเซอร์ CMOS ขนาด Four Thirds ความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซลมีกันสั่น 3 แกนช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลง วัสดุส่วนใหญ่เป็นพลาสติกคุณภาพสูงทำลวดลายให้คล้ายหนัง ผสมกับอะลูมิเนียม ขนาดค่อนข้างเล็กมาก น้ำหนักเบา พกพาง่าย จับกระชับมือ ดีไซน์สวยงามผสมผสานระหว่างความวินเทจและโมเดิร์นได้ลงตัว มีระบบกันสั่น 3 แกนช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลง หน้าจอทัชสกรีนได้ สามารถสั่งงานต่างๆเช่น เเตะเลือกจุดโฟกัส ปรับตั้งค่ากล้อง เลื่อนดูรูป หรือกดชัตเตอร์ได้ง่ายๆ อีกจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Olympus EPL7 แตกต่างจากรุ่นอื่นๆในตลาด คือหน้าจอของรุ่นนี้ จอพับเซลฟี่ลงไปด้านล่าง              

6.Olympus OM-D E-M5 Mark II




ความโดดเด่นที่สุดของตัวนี้ น่าจะเป็นเรื่องของระบบกันสั่นแบบ 5 แกน และบอดี้ที่ทนทาน ทำจากแมกนีเซียมอัลลอยด์ มี Weather Seal ป้องกันละอองน้ำและฝุ่น ทางแบรนด์เคลมว่าทนอุณหภูมิได้ถึง -10 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ตัวกล้องมีสองสีให้เลือกคือสีดำและสีเงิน ดีไซน์สไตล์เรโทรสุดเท่ เซนเซอร์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล แต่มีความพิเศษอยู่ที่ฟังก์ชั่น High Resolution Shot ที่สามารถเพิ่มความละเอียดของภาพสูงสุดได้ถึง 40 ล้านพิกเซล ด้วยวิธีการรวมภาพ 8 ช็อตให้กลายเป็นภาพความละเอียดสูงภาพเดียว มีช่องมองภาพแบบอิเลคทรอนิคส์ และจอภาพ Touchscreen หลังกล้องขนาดใหญ่ ที่สามารถหมุนพลิกปรับได้หลากหลายองศา รวมถึงหมุนไปด้านหน้าเพื่อถ่าย Selfie รองรับ SD Card Class 10 ที่ทำงานได้รวดเร็ว และสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ส่งภาพเข้าสมาร์ทโฟนได้ทันที

7.Panasonic GF7




สำหรับรุ่นนี้น่าจะเป็นที่ถูกใจของสาวๆ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวก ดีไซน์วินเทจนิดๆ มีสีให้เลือกหลายหลาย เช่น ขาว ดำ น้ำตาล มีสีชมพูด้วยนะ เซ็นเซอร์ 16 ล้านพิกเซล จอ Touchscreen ที่สามารถพับขึ้นเพื่อเซลฟี่ได้ และฟังก์ชั่นในการถ่ายรูปเซลฟี่เก๋ๆ เช่น บีบให้ดูผอม โบกมือเพื่อลั่นชัตเตอร์ หรือฟังก์ชั่นถ่ายภาพกระโดด ที่กล้องจะกดชัตเตอร์ให้อัตโนมัติตอนเรากระโดษ และยังสามารถสั่งลั่นชัตเตอร์ผ่านสมาร์ทโฟน และเชื่อมต่อเพื่อส่งรูปผ่าน wi-fi ได้อีกด้วย

8.Panasonic GX8



สเปคจัดเต็มด้วยเซนเซอร์ Micro 4/3 ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง ระบบออโต้โฟกัส 49 จุด ให้ภาพคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ สามารถถ่ายวิดิโอคมชัดแบบ 4K ได้ ที่สำคัญตัวนี้มาพร้อมจอแบบทัชสกรีนที่หมุนอิสระ บิดพับได้หลายองศา จะหันมาด้านหน้าเพื่อถ่ายรูป Selfie ก็มีโหมดภาพ Soft Skin สำหรับแต่งหน้าเนียน ฟรุ้งฟริ้ง หรือบีบหน้าให้พร้อมเพรียวก็ทำได้ มีช่องมองภาพ หรือ วิวไฟน์เดอร์แบบอิเล็คทรอนิก ที่ยกตัวขึ้นด้านบนแบบพับได้ (Tilting) เหมาะมากๆกับคนที่ชอบถ่ายภาพแนวสตรีทหรือท่องเที่ยว บอดี้กล้องทนทาน สวยงาม กันละอองน้ำและฝุ่น รองรับ Wi-Fi และ NFC ในการเชื่อมตัวกับสมาร์ทโฟน

9.Samsung NX3000

ตัวนี้อาจจะไม่ค่อยนิยมในบ้านเราเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่า NX3000 ฟังก์ชั่นโดดเด่นไม่แพ้ตัวอื่นๆ เริ่มด้วยดีไซน์แบบวินเทจที่ผสมผสานความพรีเมียมได้อย่างลงตัว ดูสวยงามคลาสสิค มาพร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ ความละเอียดสูง 20.3 Megapixel สามารถปรับโหมดเพื่อช่วยให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นได้ถึง 16 แบบ เช่น โหมดสำหรับถ่ายภาพแบบมาโคร , Lanscape โหมดถ่ายทิวทัศน์ , โหมด Food สำหรับถ่ายภาพอาหาร จอแสดงผลขนาด 3 นิ้ว สามารถ Flip ON บิดพับมาถ่ายภาพตัวเองได้ แบบฟรุ้งฟริ้ง ผิวเนียนสวย รองรับระบบเชื่อมต่อแชร์ไฟล์ผ่าน NFC และ Wi-Fi เพื่อส่งรูปไปยัง Smart Phone เอาไปแชร์ลง Social Network ต่างๆได้อย่างสะดวก

10.Canon EOS M3




รุ่นนี้การออกแบบเน้นความเรียบง่ายในการใช้งาน ปุ่มไม่เยอะ ควบคุมการทำงานต่างๆผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่พับได้ 180 องศา สะดวกต่อการถ่ายภาพ Selfie มาพร้อมจำนวนพิกเซลสูงสุด 24.2 ล้านพิกเซล มี Flash ในตัว และมีช่อง Hotshoe สำหรับใส่อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมได้ เช่น ช่องมองภาพ ( Viewfinder) ตัวนี้ขนาดถือว่าเล็กมาก น้ำหนักเบา พกพาง่าย ใส่กระเป๋าได้สบายๆ มี Grip ยื่นออกมาให้จับถนัดมือ รองรับการเชื่อมตัวแบบ WiFi และ NFC เช่นกัน

11.Canon EOS M10




ตัวนี้ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวกดีไซน์เรียบเท่แบบมินิมอล น้ำหนักเบาเพียง 301 กรัม มีเคสกล้องให้เลือกใช้สีสันสดใส หน้าจอขนาด 3 นิ้วแบบ touchscreen ที่ตอบสนองต่อการใช้งานดีมาก สามารถพับได้เพื่อการถ่าย Selfie ซึ่งมีฟังก์ชั่นสนับสนุนที่น่าใช้งาน เช่น ปรับความเนียนของผิว ที่ทำได้ถึง 3 ระดับ , เพิ่มความสว่างใสให้ใบหน้า รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC

12.Nikon 1 J5



ช้เซ็นเซอร์เซ็นเซอร์ภาพแบบรับแสงด้านหลัง ขนาด 13.2 มม. X 8.8 มม. ความละเอียด 20.8 ล้านพิกเซล พร้อมจุดโฟกัส 171 จุด ขนาดเล็กสุดๆ พกพาง่าย น้ำหนักเบาใช้มือเดียวถือถ่ายได้สบายๆ สามารถเอาติดกระเป๋าไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือไปท่องเที่ยวก็ไม่เป็นภาระแน่นอน ตัวนี้ระบบซูมของตัวเลนส์เป็นแบบไฟฟ้า เวลาที่เปิดใช้งานกล้อง ตัวเลนส์ถึงจะค่อยยืดออก พร้อมกับหน้าเลนส์เปิดออกตามมา หมดกังวลเรื่องฝาปิดหน้าเลนส์หล่นหายไปได้เลย ส่วนหน้าจอเป็นแบบ Touchscreen ปรับองศาได้ถึง 180 องศา รับกระแสการถ่าย Selfie มีระบบโฟกัสที่รวดเร็ว รองรับการเชื่อมต่อ WiFi และ NFC บอดี้มี 3 สีให้เลือกคือ สีดำ สีเงิน และทูโทน
ขอขอบคุณ:article.shopspotapp.com