Recent Post

Gallery

เมืองมัลลิกา ร.ศ.๑๒๔ เมืองย้อนยุคที่น่าไป


168 หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เปิดทำการ 09:00-19:00
ความน่าประทับใจคือผู้คนในเมืองนี้แต่งตัวย้อนยุคกันทุกคนไม่เพียงแต่การแต่งตัวการพูดจาก็ย้อนยุคตามมาด้วย ร้านค้าต่างๆมีแต่ของย้อนยุค ของกินที่นี้ก็เป็นแบบดั้งเดิมและอร่อยด้วยหล่ะครับ และถ้าใครอยากร่วมสมัยกับสถานที่เขาก็มีชุดให้เช่าทั้งชายและหญิง การใช้จ่ายซื้อของที่นี่เขาจะรับเงินแบบสมัยก่อโดยสามารถแลกเงินได้ที่จึดรับแลกด้านในครับ รับรองว่าคุณต้องชอบที่นี่เป็นแน่ขอรับ
หน้าทางเข้าเมืองมัลลิกา



บรรยากาศด้านใน

เงินที่ใช้ซื้อของด้านใน

ร้านค้า

ของอร่อยต่างๆครับ






การแต่งกายของผู้คนด้านในครับ




การสีข้าวโดยการโม่

เรือนไทย



ร้านก๊วยเตี๋ยวย้อนยุค

ร้านขายร่ม

สถานตากอากาศบางปูสถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ





สถานตากอากาศบางปู หรือ บางปู เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแบบพักผ่อนตากอากาศทางชายทะเลด้านอ่าวไทยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 37 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่ทั้งหมด 639 ไร่

สถานตากอากาศบางปู ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2480 ตามดำริของจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมามีการสร้างสะพานชื่อ "สะพานสุขตา" ขึ้นมา โดยสะพานนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของบางปู และในเวลาต่อมา มีการสร้างอาคารขึ้นมาบริเวณปลายสะพาน ในชื่อ "ศาลาสุขใจ"

ภายในบริเวณพื้นที่ 639 ไร่ของสถานตากอากาศแห่งนี้ มีธรรมชาติอันสมบูรณ์ มีเส้นทางชมป่า ชมนก โดยมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิดอาศัยอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้ชมตลอดทั้งปี จึงทำให้บางปูเป็นแหล่งดูนกที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนกนางนวลจำนวนเป็นพันเป็นหมื่นตัว ที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาในช่วงต้นฤดูหนาว ประมาณกลางเดือน ต.ค. – พ.ย. ของทุกปี

ตรงเข้าไปสุดถนนจะเป็นสะพานสุขตา ที่ทอดตัวเหยียดยาวออกไปในทะเลประมาณ 500 เมตร ทำให้เป็นจุดที่เหมาะแก่การดูนกและชมพระอาทิตย์ตกเป็นอย่างยิ่ง

บริเวณปลายสะพานจะเป็นศาลาสุขใจ ภายในจะมีร้านอาหาร ที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสรสอาหารทะเลสดๆ อย่างปูนึ่ง ปลากะพงทอดน้ำปลา เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีลานลีลาศ สำหรับกิจกรรมเต้นลีลาศของกลุ่มผู้สูงอายุ ในทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. อีกด้วย

การเดินทาง: จากสามแยกสมุทรปราการ ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ประมาณกิโลเมตรที่ 37 ให้กลับรถ จะพบสถานตากอากาศบางปูอยู่ริมถนนซ้ายมือ หรือขึ้นรถโดยสารไปลงตลาดปากน้ำ แล้วต่อรถเมล์เล็กสาย 36, รถสองแถวปากน้ำ - วัดตำหรุ, ปากน้ำ - นิคมบางปู และปากน้ำ - คลองด่าน

วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

สวนหลวง ร. 9 สวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร



วันเปิดทำการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์

เวลาเปิดทำการ : 05.00 - 19.00

ข้อมูลการติดต่อ


ที่อยู่

อยู่ในแขวงหนองบอน เขตประเวศ ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร







รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว
สวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ด้วยอาณาบริเวณที่กว้างขวางถึง 500 ไร่ แบ่งพื้นที่ให้เข้าเยี่ยมชมได้ทั้งหมด 6 จุด ได้แก่

· บริเวณ ที่ 1 อุทยานมหาราช ประกอบด้วยหอรัชมงคล ด้านหน้าเป็นสวนราชพฤกษ์และสระน้ำพุขนาดใหญ่ 3 สระ ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม

· บริเวณที่ 2 เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ละลานตาไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ที่ปลูกตาม หลักอนุกรมวิธานและนิเวศวิทยา

· บริเวณที่ 3 คือตระพังแก้วเก็บน้ำ เป็นที่รองรับน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังและยังใช้ประโยชน์ เพื่อกิจกรรมทางน้ำ ริมฝั่งเป็นที่ตั้งของอาคารชายชล ซึ่งเป็นที่ทำงานของคณะกรรมการบริหาร สวนหลวง ร.9 มูลนิธิสวนหลวง ร.9 ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร

· บริเวณที่ 4 คือสวนรมณีย์ เป็นสวนที่ทำเลียนแบบธรรมชาติ โดยนำหินธรรมชาติจากหลายภาค ของประเทศมาจัดวางให้ดูเป็นป่าเขา พร้อมนำพรรณไม้จากป่าต่างๆ มาปลูกให้ดูผสมกลมกลืนเสมือน ธรรมชาติของป่าเขา น้ำตกและลำธาร มาไว้ใจกลางเมือง

· บริเวณที่ 5 เป็นพื้นที่ของสวนน้ำตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจำลองให้คล้ายกับ “พรุ” ตามสภาพธรรมชาติ และใช้สำหรับศึกษาและให้ความรื่นรมย์แก่ผู้เข้าชม

· บริเวณที่ 6 เป็นสนามราษฎร์และศูนย์กีฬา เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ มีสนามกว้างและสังคีตศาลา ซึ่งเป็นเวทีแสดงกลางแจ้ง สำหรับใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ภายในสวนหลวง ร.9 ยังมีสวนนานาชาติ ที่จัดแสดงลักษณะสวนของประเทศต่างๆ เช่น สวนจีน สวนญี่ปุ่น สวนสเปน สวนอังกฤษ สวนฝรั่งเศส และสวนอิตาลี สำหรับสวนของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดสร้างเป็นอาคารจิโอเดสิคโดมเพื่อใช้สำหรับปลูกรวบรวมพืชทนแล้ง

ที่ตั้ง : แขวงหนองบอน เขตประเวศ ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เปิดทุกวัน 05.00 - 19.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการเจ้าหน้าที่นำชม ติดต่อได้ที่สำนักงานมูลนิสวนหลวง ร.9 ณ อาคารชายชล โทร.0 2328 1395, 0 2328 1385-6 สำหรับการเดินทาง สามารถทำได้ดังนี้

· โดยรถโดยสารประจำทาง สาย 40, 133, 145, 206, 207 หรือปรับอากาศสาย 145, 206 และ ปอ.พ. 15

· โดยรถยนต์ส่วนบุคคล ลงทางด่วนที่สุขุมวิท 62 วิ่งตรงทางเส้นสุขุมวิทขาออก เลี้ยวเข้า สุขุมวิท 103 (อุดมสุข) วิ่งตรงตลอดประมาณ 7 กิโลเมตร ผ่านสี่แยกอุดมสุข ตรงขึ้นมาเรื่อยๆ สวนหลวง ร.9 อยู่ทางด้านซ้ายมือ หากใช้เส้นทางถนนพัฒนาการ ผ่านสี่แยกพัฒนาการตรงมาตลอด ผ่านสี่แยกอ่อนนุช ผ่านห้างซีคอนแสควร์ ทางเข้าสวนหลวง ร.9 ด้านศรีนครินทร์ จะอยู่ด้านข้าง ห้างเสรีเซ็นเตอร์

· รถไฟฟ้า ลงสถานีอ่อนนุช จากนั้นนั่งรถ Shutter Bus รับส่งถึงบริเวณเซ็นทรัลบางนา จากนั้นสามารถนั่งรถตู้ถึงด้านหน้าสวนหลวง ร.9

งานดอกไม้ ฟลอร่า พาร์ค (Flora Park) @ วังน้ำเขียว



งานดอกไม้ ฟลอร่า พาร์ค (Flora Park) 1 พฤศจิกายน 2559 - 31 มีนาคม 2560
ณ แยกวัดโพธิ์เฉลิมพระเกียรติ(ทางหลวงหมายเลข 3052 วังน้ำเขียว – เขาแผงม้า กิโลเมตรที่ 9) ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

มหกรรมการแสดงดอกไม้คู่กับงานศิลปะ กว่า 70 ไร่ กุหลาบสายพันธ์อังกฤษกว่า 2000 ต้น ตลาดนัด “ฟาร์ม เมอร์ มาร์เก็ต” โครงการปลูกผักอินทรีย์ ไร่กาแฟ 2 สายพันธุ์ ของ “ศูนย์เรียนรู้ฟ้าประทาน” สวนจิตรกรรมธรรมชาติเทคนิค Vertical Garden เขาวงกตดอกไม้กว่า 200,000 กระถาง



อัคราค่าเข้าชมสวน



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 092 294 1594 และ 089 812 8851
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : Florapark Wangnamkeaw

แผนที่ “ฟ้าประทาน ฟลอร่าพาร์ค”


สะพานมอญสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย


สะพานมอญ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้


การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 - 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ สายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้




วิถีชีวิตชาวมอญที่พบเห็นได้บริเวณสะพานมอญ และหมู่บ้านมอญ
เมื่อความเจริญค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่หมู่บ้านมอญ การเดินทางมีความสะดวกสบายขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาในสังคม ทำให้วิถีชีวิตชาวมอญเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดล้อมใหม่ที่แทรกซึมเข้ามาสู่ชุมชน แต่ก็ยังได้เห็นกลิ่นไอความเป็นมอญบางอย่างหลงเหลืออยู่บ้้าง แต่ละครอบครัวในหมู่บ้านมอญ ส่วนใหญ่คนหนุ่มสาว จะเข้าไปรับจ้างทำงานในตัวเมือง เราจึงมักเห็นการดำเนินชีวิตประจำวันแบบมอญของเด็กๆ และผู้สูงวัย มากกว่าวัยรุ่น

นักท่องเที่ยวที่มาสังขละบุรีจึงอาจจะได้เห็นลักษณะความเป็นมอญบางอย่างที่หลงเหลืองอยู่
- กิจวัตรประจำวันของชาวมอญที่นักท่องเที่ยวสนใจกันเป็นอย่างมาก คือการใส่บาตรในช่วงเช้า โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ที่จะตื่นแต่เช้า นำขันใส่ข้าวสวยมานั่งรอบนพื้นถนนเป็นแถว เพื่อรอพระมาบิณฑบาตร ชาวบ้านมักจะใส่บาตรด้วยข้าวสวย และดอกไม้ และกราบพระลงกับพื้นถนน ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยว หากใครต้องการใส่บาตร ก็สามารถร่วมใส่บาตรตอนเช้ากับชาวมอญได้ เพราะมีชุดสำหรับใส่บาตรจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวด้วย
- จะได้เห็นวัฒนธรรมการเทินของไว้บนหัวของชาวมอญ ซึ่งบางคนยังคงนิยมเทินสิ่งของไว้บนหัว แทนการหิ้วสัมภาระมากมาย บางคนสามารถเทินของได้สูงๆ หรือหนักมากๆ แล้วยังสามารถเดินได้อย่างคล่องแคล่ว
- ได้เห็นวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวมอญ สังเกตได้จากการแต่งกายโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่น หรือผ้าถุง เสื้อแขนกระบอกสามส่วน มีผ้าแถบยาวเหมือนสไบพาดไว้ที่บ่า ผมรวมมัดเป็นมวยไว้ด้านหลัง ผู้ชายนิยมนุ่งโสร่ง บนใบหน้าของหญิงชายชาวมอญ รวมถึงเด็กๆ นิยมทาแป้งทานาคา ที่มีสีออกเหลืองนวลๆ ฉาบไว้ที่ใบหน้า (แป้งทานาคาทำจากท่อนไม้ต้นทานาคาฝนกับแป้นหินทราย ทาบนหน้าแล้วเกลี่ยด้วยแปรง)
- บางทีจะได้เห็นแม่ชีชาวมอญ เดินขอรับบริจาค โดยสวมผ้าคลุมแบบชาวมอญ เป็นผ้าคลุมสีชมพูคลุมทับผ้าชั้นในออกสีส้มเหมือนสีจีวรพระ มีสไบพาดสีเดียวกับผ้าชั้นใน ถือร่มไม้
- ในหน้าร้อน บริเวณสะพานมอญ เหมือนเป็นสวนน้ำสำหรับเด็กๆ จะมีเด็ก มาเล่นน้ำใสๆ ในแม่น้ำซองกาเลีย และกระโดดน้ำจากสะพานมอญ
- เดิมบ้านของชาวมอญมักปลูกสร้างด้วยไม้กระดาน หรือเป็นไม้ไผ่สานขัดแตะ ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นสร้างด้วยปูนบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีบางบ้านที่ยังคงสภาพเดิมๆ ไว้ ให้เห็นถึงความเป็นบ้านมอญ ถ้าสังเกตดีๆ บ้านมอญมักจะมีผนังด้านหนึ่ง ทำเป็นเหมือนส่วนเกินยื่นออกมาคล้ายมุขหน้าต่าง นูนเป็นกล่องตรงผนังบ้าน มุขที่ว่านี้ก็คือ ห้องพระ หรือหิ้งพระของบ้าน บางบ้านจะตกแต่งส่วนของมุขนี้ไว้อย่างสวยงาม





สถานที่ท่องเที่ยวใกล้สะพานมอญ
- ตลาดวัดวังก์ อยู่ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร
เดินข้ามสะพานมอญไป แล้วเดินผ่านหมู่บ้านชาวมอญ จนถึงถนนเส้นหลัก ข้ามถนนไปตลาดอยู่เยื้องๆ ไปทางซ้ายมือ
- วัดวังก์วิเวการาม อยู่ห่างไปประมาณ 2.7 กิโลเมตร
- เจดีย์พุทธคยา อยู่ห่างไปประมาณ 2.5 กิโลเมตร

ข้อแนะนำ
- นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมวิว และสัมผัสอากาศเย็นในช่วงเข้าฤดูหนาว ประมาณเดือน พฤศจิกายน-มกราคม ตอนเช้าจะได้สัมผัสไอหมอกที่ปกคลุมบนท้องน้ำและยอดเขา
- การเที่ยวชมสะพานไม้มอญ มักจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็น และหัวค่ำ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างร้อน
- หากต้องการร่วมใส่บาตรบริเวณสะพานไม้มอญ ควรไปถึงบริเวณสะพานก่อน 6.00 น. การใส่บาตรจะอยู่ฝั่งหมู่บ้านมอญ มีร้านค้าจำหน่ายของใส่บาตรไว้เป็นชุดๆ จำหน่ายชุดละ 99 บาท (สามารถโทรติดต่อสอบถาม หรือสั่งจองได้ที่ ร้านป้าหยิน โทร. 08-1792-4244, 09-0794-2448)
- บริเวณสะพานมอญ (ฝั่งหมู่บ้านมอญ) มีที่บริการจอดรถ เลี้ยวเข้าซอยสะพานไม้ สุดซอยซ้ายมือมีที่จอดรถแบบเก็บค่าบริการ (20 บาท)

การเดินทางไปสะพานมอญ
สะพานมอญมีสองฝั่ง ฝั่งนึงอยู่ห่างจากตัวเมืองสังขละบุรีไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร หากขับรถไปฝั่งหมู่บ้านมอญระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

รถยนต์
กรุงเทพฯ - อำเภอสังขละบุรี 360 กิโลเมตร
ตัวจังหวัดกาญจนบุรี - อำเภอสังขละบุรี 215 กิโลเมตร
อำเภอทองผาภูมิ - อำเภอสังขละบุรี 75 กิโลเมตร
ตัวอำเภอสังขละบุรี - สะพานมอญ 5 กิโลเมตร

- จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323)
- ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) ผ่านวัดท่าขนุน ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานข้ามแม่น้ำรันตี
- ก่อนเข้าตัวอำเภอสังขละบุรีมีทางแยก ตรงไปทางอำเภอสังขละบุรี (จะมีป้ายบอกเป็นทางไปวัดวังก์วิเวการาม) วิ่งผ่านตัวอำเภอสังขละบุรี ข้ามสะพานซองกาเลีย แล้วจึงจะมีป้ายบอกเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสะพานไม้ สุดซอยจะเป็นสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) สุดซอยซ้ายมือจะมีที่สำหรับจอดรถแบบเสียค่าจอด (ประมาณ 20 บาท)

รถประจำทาง
1.นั่งรถทัวร์ กรุงเทพฯ - ด่านเจดีย์สามองค์ จากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 มี 4 เที่ยว คือ
รถปอ. 1 เวลา 5.00 น. และ 6.00 น. ราคา 293 บาท
รถปอ. 2 เวลา 9.30 น. และ 12.30 น. ราคา 228 บาท
รถทัวร์ขากลับ ด่านเจดีย์สามองค์ - กรุงเทพฯ​
รถปอ. 1 เวลา 13.30 น. และ 14.30 น. ราคา 293 บาท
รถปอ. 2 เวลา 7.00 น. และ 10.00 น. ราคา 228 บาท
** บอกคนขับว่าต้องการลงสังขละบุรี รถจะไปจอดให้ที่ตลาดสังขละ จากนั้นเดินต่อ หรือเหมารถไปสะพานมอญ

2.นั่งรถทัวร์ หรือรถตู้ กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี จากสายใต้ หรือหมอชิต แล้วต่อรถที่ขนส่งกาญจนบุรี ไปสังขละบุรี จากนั้นเดินต่อ หรือเหมารถไปสะพานมอญ

ทุ่งทานตะวัน ลพบุรี





ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นช่วงที่ดอกทานตะวันจังหวัดลพบุรีเบ่งบานเหลืองอร่าม ซี่งในปีนี้ทางจังหวัดลพบุรีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี ได้กำหนดจัดงานเปิดตัว “เทศกาลทุ่งทานตะวันบานลพบุรี ประจำปี 2559″ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 – 31 มกราคม2560 ณ พื้นที่ปลูกดอกทานตะวันในเขตจังหวัดลพบุรี ดังรายละเอียดต่อไปนี้




ส้นทางการเดินทางเที่ยวชมทุ่งทานตะวัน
เส้นทางที่ 1 ลพบุรี–พัฒนานิคม–วังม่วง
1.1 จุดแรก เขาจีนแล ห่างจากจังหวัดลพบุรี ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดของจังหวัดลพบุรี เนื่องด้วยมีทิวทัศน์ด้านหลังทุ่งทานตะวันเป็นภูเขาสูงต่ำลดหลั่นกันไป
1.2 จุดที่สองบ้านหนองถ้ำ-ซับเสือแมบ ห่างจากจังหวัดลพบุรี ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร
1.3 จุดที่สามอ่างซับเหล็กเลยจุดที่สอง ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ณ จุดนี้จะมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และมีทุ่งทานตะวันอยู่ด้านล่าง ด้านหลังทุ่งทานตะวันจะมีภูเขาที่สวยงาม เรียกว่า “เขาตะกร้า”

เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี–หล่มสัก)
2.1 จากแยกพุแค ระยะทางประมาณ 10-15 กิโลเมตร ลงเขาขาดซึ่งเป็นเขตติดต่อจังหวัดสระบุรีกับลพบุรีไปจะพบกับทุ่งทานตะวันบาน ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดลพบุรี เหลืองอร่ามทั่วทั้งหุบเขา
2.2 จุดที่สองพอถึงสี่แยกตลาดซอย 12 เลี้ยวขวาไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะมีดอกทานตะวันบานทั้งสองข้างทางจนถึงตัวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
2.3 ขากลับจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขับรถตรงเข้าเมืองลพบุรี และแวะถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทางจากเส้นทางที่ข้อที่ 1.1-1.3







สำหรับท่านที่สนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
– ททท.สำนักงานลพบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 036-770096-7
– ที่ว่าการอำเภอพัฒนานิคม หมายเลขโทรศัพท์ 036-491258
– เกษตรอำเภอเมืองลพบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 036-411202, 41 2338
– เกษตรอำเภอพัฒนานิคม หมายเลขโทรศัพท์ 036-49 1133

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว